ทำความรู้จักวัฏจักรตลาด (Market Cycle)

Published by IndyTrader on

ทำความรู้จักวัฏจักรตลาด (Market Cycle) - indy trader

Last Updated on December 8, 2023 by IndyTrader

Market Cycle เป็นสิ่งที่นักเทรดจำเป็นต้องรู้และต้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของตลาด เพราะตลาดมักมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมาจากความเคลื่อนไหวของนักลงทุนรายใหญ่ในตลาด ดังนั้นการเข้าใจวัฏจักรตลาดในแต่ละช่วงเวลา จะทำให้เราสามารถนำมาใช้เป็นตัวตัดสินใจในการลงทุน และวางแผนการลงทุนได้ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น

เพื่อคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของตลาดที่นำไปสู่การตัดสินใจในการลงทุนและวางแผนการลงทุน ในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับวัฏจักรตลาด (Market Cycle) กันให้มากขึ้น วัฏจักรตลาด (Market Cycle) คืออะไร ? Market Cycle มีกี่ระยะ อะไรบ้าง แล้วแต่ละระยะต่างกันอย่างไร ? มีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อ Market Cycle ? ไปดูกันเลย

วัฏจักรตลาด (Market Cycle) คืออะไร ?

วัฏจักรตลาด (Market Cycle) คือ การคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปในตลาดต่าง ๆ มีทั้งการคาดการณ์เวลาระหว่างสองจุด คือ ราคาต่ำสุดหรือสูงสุด หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ความคาดหวังของนักลงทุน เช่น บางคนคิดว่าทรัพย์สินนี้จะสามารถทำกำไรได้ในอนาคต นักลงทุนก็จะเริ่มซื้อกักตุนเก็บไว้ และพอเวลาผ่านไปจนถึงช่วงที่คิดว่าตลาดเริ่มเป็นขาลง ทรัพย์สินนั้นมีแนวโน้มราคาลดลง นักลงทุนก็จะเริ่มขายออก สิ่งนี้เรียกว่าวัฏจักรตลาด (Market Cycle) นั่นเอง

วัฏจักรตลาด (Market Cycle) คืออะไร ? - indy trader

ระยะของ Market Cycle

ระยะของ Market Cycle จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะด้วยกัน โดยจะมีความแตกต่างกันดังนี้

1.ระยะสะสมหรือขยายตัว (Accumulation or expansion)

ระยะสะสมหรือขยายตัว (Accumulation or expansion) ถือเป็นระยะแรกของMarket Cycle โดยจะมีการสะสมเริ่มขึ้นหลังจากที่ตลาดถึงจุดต่ำสุดในวัฏจักรก่อนหน้า ซึ่งเป็นจังหวะที่เศรษฐกิจเติบโตขึ้น ตลาดมีการขยายตัวขึ้น เหตุการณ์นี้นักลงทุนจะคาดการณ์ราคาขอบทรัพย์สินนั้น ๆ จะมีการปรับตัวขึ้นแน่นอน แต่อาจต้องใช้เวลานานหลายปีเพื่อให้ราคาเพิ่มขึ้นสะสมไปเรื่อย ๆ

2.ระยะเติบโต (Markup or peak)

ระยะเติบโต (Markup or peak) เป็นระยะ Market Cycle ที่แรงซื้อของนักลงทุนถึงจุดสูงสุด ตลาดเริ่มมีทิศทางที่ชัดเจน มีราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้น จึงค่อยๆดึงดูดนักลงทุนรายใหม่เข้ามามากขึ้น และเป็นจังหวะที่นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มไม่สนใจซื้อสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงอีกต่อไป โดยจะส่งผลไปสู่การเปลี่ยนแปลงไปสู่ระยะการหดตัว (Distribution) ในระยะเวลาอันใกล้ด้วย

3.ระยะหดตัว (Distribution or contraction)

ระยะหดตัว (Distribution or contraction) เป็นระยะ Market Cycle ที่ตลาดมีการปรับตัวลง หรือที่เราเรียกว่าสภาวะตลาดถดถอย ในระยะนี้นักลงทุนที่ยังไม่ได้เข้าสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงแรกจะถูกทิ้ง แต่เป็นเวลาที่ดีสำหรับนักลงทุนในการขายสินทรัพย์ เพราะราคาได้พุ่งขึ้นสูงสุดแล้ว

4.ระยะถดถอย (Markdown or trough)

ระยะถดถอย (Markdown or trough) เป็นระยะ Market Cycle ที่ราคาจะร่วงลงสู่จุดต่ำสุด ในระยะนี้นักลงทุนรายใหญ่จะเริ่มขายทรัพย์สินเพื่อล็อกผลกำไร ทำให้ผู้นักลงทุนรายอื่น ๆ ขายตามไปด้วย เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น นั่นหมายความว่าจะเข้าสู่วัฏจักรตลาดรอบใหม่และเปลี่ยนไปสู่ระยะสะสม วนเป็นวัฏจักรแบบนี้ต่อไป

ระยะของ Market Cycle - indy trader

ปัจจัยที่ขับเคลื่อน Market Cycle

  • อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เป็นสัญญาณของอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว และนำเข้าสู่สภาวะถดถอยในที่สุด
  • อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเติบโตของ GDP ชะลอตัวลง ซึ่งจะกระทบต่อการตัดสินใจลงทุน ของนักลงทุนด้วย
  • อัตราดอกเบี้ยหากมีการปรับลง ตลาดจะมีการปรับตัวขึ้นเพื่อให้เศรษฐกิจมีการเติบโตตาม
  • อัตราการว่างงาน
ปัจจัยที่ขับเคลื่อน Market Cycle - indy trader

สรุป

การทำความเข้าใจ Market Cycle หรือที่เรียกว่า “วัฏจักรตลาด” เป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนทุกคนควรให้ความสนใจ เพราะเป็นสิ่งที่นักลงทุนสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบตัดสินใจในการลงทุน และวางแผนการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและประสบความสำเร็จในการเทรดท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของตลาดได้หรือสามารถเรียนเทรด Forex หาความรู้เพิ่มเติมหนังสือ “รวยง่าย ๆ สไตล์ Indy Trader” ที่จะให้ความรู้ด้าน Technical และ Fundamental เข้าใจตลาดและการควบคุมความเสี่ยง รวมถึงเรียนรู้เทคนิคการเทรด ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับสูง เพื่อให้คุณเข้าใจตลาด เข้าใจตนเอง และสามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืน