fbpx

ค่าสเปรด ( Spread ) ช่องว่างเล็กๆ ที่นักเทรดมือใหม่ ไม่ควรมองข้าม

Published by IndyTrader on

ค่าสเปรด ( Spread ) ช่องว่างเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม

สำหรับนักเทรด Forex มือใหม่อาจสังเกตเห็นคำว่า Spread ที่โบรกเกอร์แต่ละแห่งจะมีการกำหนดค่านี้ไม่เท่ากัน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าค่าสเปรด (Spread) คืออะไร เพื่อให้เข้าใจวิธีการทำงานและนำไปวางแผนเพื่อการซื้อขายแต่ละครั้ง เนื่องจากค่าสเปรด (Spread) มีความสำคัญที่นักเทรดไม่ควรมองข้าม มีผลต่อการได้กำไรและขาดทุนเมื่อจะส่งออเดอร์คำสั่งซื้อแต่ละครั้ง ค่า Spread จึงเป็นช่องว่างเล็ก ๆ ที่มีความหมายอย่างมากต่อการเทรด

ค่าสเปรด (Spread) คืออะไร?

อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ค่าสเปรด (Spread) คือ ค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์คิดจากผู้เทรด โดยการคิดค่า Spread นี้จะคิดจากราคาขาย (Ask) และราคาซื้อ (Bid) โดยใช้สูตร

ราคา ASK (ราคาที่โบรกเกอร์เสนอขาย) – ราคา BID (ราคาที่โบรกเกอร์เสนอซื้อ)

โดยราคา Bid Price หรือราคาขายซึ่งเป็นราคาที่โบรกเกอร์เสนอให้ โดยใช้กับการเปิดออเดอร์แบบ Sell ส่วนราคา Ask Price นั้นเป็นราคาซื้อซึ่งใช้ในการเปิดออเดอร์แบบ Buy

ตัวอย่างเช่น

การเทรด Forex ในสกุลเงิน EURUSD ที่มีค่า Bid 1.16311 และค่า Ask 1.16324 จะมีค่า Spread เท่ากับ 13 point ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เทรดมีการเปิดออเดอร์ EURUSD ก็จะถูกหักค่าธรรมเนียมไปทันที 13 point หรือ 1.3 Pips

ประเภทของค่าสเปรด (Spread)

  • ค่าสเปรดแบบคงที่ (Fixed Spread)

ค่าสเปรดจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะตลาดไม่ว่าตลาดจะเงียบหรือผันผวน จึงทำให้เทรดเดอร์สามารถคำนวณและวางแผนการซื้อขายได้ดียิ่งขึ้น ข้อเสียคือ โบรกเกอร์สามารถเปลี่ยนแปลงค่าสเปรดได้ทันทีเมื่อสภาวะแวดล้อมของตลาดมีความผันผวนเป็นอย่างมาก โดยที่เทรดเดอร์ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หรือที่เรียกว่าการ Requote

  • ค่าสเปรดแบบไม่คงที่ หรือแบบลอยตัว (Floating Spread) 

ค่าสเปรดจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะตลาด เมื่อตลาดมีความผัวผวนค่าสเปรดก็จะสูงขึ้น อาจเพิ่มต้นทุนการซื้อขายของคุณได้ และเมื่อตลาดสงบค่าสเปรดก็จะต่ำ จึงทำให้ค่าสเปรดแบบไม่คงที่นี้ในสภาวะตลาดปกติมักมีค่าสเปรดที่ต่ำกว่าค่าสเปรดแบบคงที่นั่นเอง 

การตัดสินใจเลือกระหว่างค่าสเปรดแบบคงที่กับค่าสเปรดแบบไม่คงที่ ให้พิจารณาสไตล์การเทรด กลยุทธ์ และช่วงเวลาที่คุณเทรดเป็นหลัก เช่น หากคุณซื้อขายในช่วงที่จะมีข่าวสำคัญที่อาจส่งผลต่อการเทรด Forex แนะนำให้เลือกค่าสเปรดแบบคงที่ ในทางกลับกัน หากคุณซื้อขายในช่วงสภาวะตลาดปกติและต้องการลดต้นทุนค่าสเปรดให้ต่ำที่สุด ค่าสเปรดแบบไม่คงที่อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น อย่าลืมคำนึงถึงต้นทุนค่าสเปรดด้วย เนื่องจากอาจส่งผลต่อผลกำไรจากการเทรดโดยรวมของคุณได้

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อค่าสเปรด

เพราะค่าสเปรดถือเป็นต้นทุนในการเทรด สำหรับการเทรด Forex มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าสเปรดได้ การทำความเข้าใจและติดตามปัจจัยเหล่านี้ จะช่วยให้เทรดเดอร์จัดการต้นทุน ปรับกลยุทธ์ หรือวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

1. สภาพคล่อง

สภาพคล่อง คือ ความสามารถในการซื้อหรือขายสินทรัพย์หรือคู่สกุลเงิน คู่สกุลเงินที่มีสภาพคล่องสูง เช่น คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD, USD/JPY มีแนวโน้มที่จะมีค่าสเปรดที่ต่ำกว่า เนื่องจากคู่เงินเหล่านี้มีการซื้อขายบ่อยครั้ง และมักจะมีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก ในทางกลับกัน คู่สกุลเงินรองหรือคู่สกุลเงินแปลกใหม่มีสภาพคล่องน้อยกว่า อาจทำให้มีค่าสเปรดที่สูงกว่าได้

2. ความผันผวนของตลาด

ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง ค่าสเปรดมักจะสูงขึ้น เป็นเพราะความเสี่ยงของโบรกเกอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง โบรกเกอร์เองจึงต้องป้องกันความเสี่ยงเหล่านั้นด้วยการเพิ่มค่าสเปรด ความผันผวนของตลาดมักเพิ่มสูงขึ้นในระหว่างการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญระดับโลกต่าง ๆ เช่น การประชุมธนาคารกลาง รายงานการจ้างงาน หรือการเผยแพร่ GDP เป็นต้น

3. นโยบายของโบรกเกอร์

โบรกเกอร์แต่ละรายมีนโยบายเกี่ยวกับค่าสเปรดที่แตกต่างกัน โบรกเกอร์บางรายอาจเก็บค่าสเปรดที่น้อยกว่า แต่อาจมีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชันสำหรับการซื้อขายแต่ละครั้ง ในขณะที่โบรกเกอร์บางรายอาจไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชันแต่มีค่าสเปรดที่สูงกว่าก็เป็นได้ การเลือกโบรกเกอร์เพื่อการเทรด Forex จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามด้วยเช่นกัน

ความสำคัญของค่าสเปรด (Spread) คือ

สำหรับการเทรด Forex นั้น เทรดเดอร์จะต้องให้ความสำคัญกับค่า Spread ให้มาก ๆ เพราะมีผลต่อกำไรขาดทุนในการเทรด เช่น ค่า Spread ของโบรกเกอร์ A มีค่า Spread ที่มากกว่าโบรกเกอร์ B อยู่ที่ 1 Pips หาก Pips ละ 1 USD เมื่อเลือกเทรดกับโบรกเกอร์ A เป็น 100 ครั้ง ก็เท่ากับว่าเสียค่า Spread ไปถึง 100 USD ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น ผู้เทรดจึงต้องมองหาโบรกเกอร์ที่คิดค่า Spread น้อย ๆ เป็นหลัก เพราะจะทำให้ต้นทุนในการซื้อถูกลง จึงมีโอกาสที่จะทำกำไรได้มากขึ้นนั่นเอง

สรุป ค่าสเปรด (Spread) คืออะไรเพื่อการเทรด Forex

หลายคนเริ่มเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าค่าสเปรด (Spread) คืออะไร ทำไมต้องให้ความสำคัญ เพราะค่านี้มีผลอย่างมากกับการทำกำไรและขาดทุนเมื่อมีการออกออเดอร์ในแต่ละครั้ง เช่น เทรดเดอร์รายวันหรือผู้ที่เน้นเทรดเร็ว อาจต้องเลือกค่าสเปรดที่ต่ำ แต่การเลือกค่าสเปรดต่ำอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกโบรกเกอร์เสมอไป ทาง Indy Trader ยังให้ความสำคัญในการพิจารณาถึงประวัติความเป็นมา ความน่าเชื่อถือ การให้บริการ และปัจจัยอื่น ๆ ตามสไตล์การเทรดของแต่ละบุคคลอีกด้วย


4 Comments

นักเทรด Forex มือใหม่ต้องรู้อะไรบ้าง? ไม่ให้เสียเปรียบในตลาด · September 6, 2023 at 10:12 pm

[…] คิดค่าบริการหรือค่าสเปรด (Spread) อย่างชัดเจน […]

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเก็งกำไรทองให้คุ้มค่ากับการลงทุน · September 10, 2023 at 5:26 pm

[…] หรือที่หลายคนคุ้นหูกับคำว่า ค่าสเปรด (Spread) […]

แนะนำคู่เงิน Forex ที่วิ่งแรงและเทรดเดอร์นิยมเทรดมากที่สุด · December 8, 2023 at 6:52 pm

[…] 8 สกุลเงินนี้ ค่า Spread จะต่ำตั้งแต่หลักสิบกว่า ๆ ไปจนถึง 60 […]

Comments are closed.